Open post

ขอบตาคล้ำ แก้ไขได้ กลับมาสวยใสไร้กังวล

ใบหน้าเป็น ศูนย์รวมความสวยงาม ที่จะสร้างความประทับใจแรกเห็นได้ แต่ใช่ว่าความสวยจะเป็นใจให้เราได้ทุกวัน เพราะชีวิตประจำวันของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางวันอาจจะทำงานจนดึกดื่นอยู่เป็นประจำทำให้หน้าหมองคล้ำจากการอดหลับอดนอนได้ ที่จะเห็นเป็นปัญหามากที่สุด คือ ขอบตาดำ หมองคล้ำจากการนอนน้อย อดนอนที่เห็นชัดบนใบหน้า สาวๆ หลายคนต่างก็หาทางแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีที่หลากหลายกันไป ดังนั้น เราจะมาแนะนำวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริง รับรองว่าหน้าจะสดใส ไร้รอยหมองคล้ำใต้ตา ไม่กลายเป็นหมีแพนด้าแน่นอน

นวดกดจุดบริเวณรอบดวงตา

การที่ ขอบตาคล้ำ นั้น สาเหตุมาจากเลือดไหลเวียนไปยังบริเวณนั้นไม่เพียงพอ หรือมีการไหลเวียนของเลือดได้ไม่ดี วิธีแก้ง่ายๆ แค่เพียงให้คุณลองกดจุดบริเวณหัวตาค่อยๆ คลึงนวดไปตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา โดยนวดเป็นวงกลมรอบดวงตา เน้นกดจุดเบาๆ สามารถช่วยให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาดูเปล่งปลั่งขึ้น รอยคล้ำค่อยๆ จางไปได้ในระยะหนึ่ง

ทรีตเมนท์รอบดวงตา

แน่นอนว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก ส่วนใหญ่ทรีตเมนท์รอบดวงตา หรือเป็น แผ่นมาสก์ใต้ตา มักมีขายตามร้านค้าเครื่องสำอางชั้นนำทั่วไป แต่ถ้าหากคุณต้องการลดรอยหมองคล้ำใต้ตาแบบเร่งด่วน ก็สามารถ DIY เอาจากสิ่งของใกล้ตัวได้ เช่น ถุงชา โดยนำถุงชาที่ใช้ชงแล้วเข้าแช่เย็นประมาณ 30 นาที จากนั้นให้นำมาวางทับบนเปลือกตาอีกประมาณ 10-15 นาที แล้วนำถุงชาออก วิธีนี้สาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถนำไปใช้ได้ผลดี เพราะถุงชานั้นมีสารจากธรรมชาติไร้สารเคมี รับรองว่าได้ผลแน่นอน

ประคบเย็น

วิธีดั้งเดิมที่คลาสสิคที่สุด ไม่ว่าจะขอบตาคล้ำจากการนอนดึก หรือตาบวมช้ำ รู้สึกตาล้าจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ โดยใช้เจลประคบเย็นแช่เย็นประมาณ 15-20 นาที จากนั้นนำออกมาพันด้วยผ้าขนหนูแล้วนำมาประคบรอบดวงตา หรือถ้าหากไม่มี ให้ใช้ช้อนสแตนเลสนำไปแช่เย็นประมาณ 15-30 นาที แล้วนำออกมาประคบบริเวณใต้ตา หรือนำมาครอบ ดวงตา 5-10 วินาทีต่อครั้งก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

           นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

วิธีเบสิคที่สุด เพราะการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะทำให้ร่างกายรวมไปถึงอวัยวะทุกส่วนนั้นได้รับการฟื้นฟูในเวลานอนหลับ ดังนั้นควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และควรนอนก่อนเที่ยงคืน (ถ้าเร็วกว่านั้นได้จะดีมาก) โดยสามารถทานวิตามินบำรุงเสริมได้เป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งด้วย

แม้ว่ารอยหมองคล้ำ ใต้ตาจะเป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับหลายคน แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งหมอ หรือใคร แค่เพียงตัวคุณเท่านั้น โดยวิธีการเหล่านี้รับรองว่าสามารถนำไปปฏิบัติได้ผลแน่นอน

Open post

ข่าวลือ Warcraft 2 กำลังพัฒนาการสร้างและคัดเลือกนักแสดง

แม้ว่าหนัง Warcraft จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรเป็น แถมบวกกับใช้เงินทุนสร้างหนังที่มากเกิน จนทำให้หนังนั้นขาดทุนกันเลยทีเดียว แต่แฟนคลับเองก็เรียกร้องและรอคอยการกลับมาของ Warcraft 2 หนังภาคใหม่ ที่ทาง Legendary Pictures สตูดิโอได้ลิขสิทธิ์มา โดยมีข่าวลือออกมาว่าทางค่ายกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนางานสร้าง และเสาะหานักแสดงมารับบทความตัวละครต่างๆ โดยข่าวนี้ออกจากมาผู้รู้วงในเกี่ยวกับเรื่องนี้เองเลย

หากย้อนกลับไปถึง Warcraft ภาคที่แล้วนั้น ก็ถือว่าได้รับการตอบรับจากเหล่าแฟนเกม ทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสานต่อโปรเจคหนังภาคต่อ โดยรายได้ของ Warcraft รวมๆ แล้ว 433 ล้านดอลล่า ใช้ทุนสร้างไปถึง 160 ล้านดอลล่า (ยังไม่รวมค่าโปรโมทและการตลาดของแต่ละประเทศ) โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากอเมริกา แต่ในประเทศจีนเองกลับได้รายได้ไม่เยอะตามที่คาดหวังไว้ แฟน

สำหรับเนื้อเรื่องของ Warcraft เป็นการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งหนึ่งที่เงียบสงบ จนกระทั่งถูกรุกรานและเกิดสงครามการแย่งชิงพื้นที่ของสองเผ่าพันธุ์ นั่นก็คือ เผ่าออร์คที่ต้องทิ้งบ้านเกิดของตัวเอง และต้องหนีตายมาตั้งอาณานิคมแห่งใหม่ เมื่อประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง โลกทั้งสองได้เชื่อมโยงกัน กองทัพฝ่ายหนึ่งอยากจะทำลายล้าง อีกฝ่ายหนึ่งกำลังเผชิญกับการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ฺ โดยมีสองวีรบุรษทั้งสองเผ่ามาปะทะกัน จนเป็นการตัดสินชะตากรรมของทั้งเผ่า และทั้งคู่

เอาเป็นว่า ถ้าเล่าเรื่อง Warcraft  เพื่อนๆ อาจจะไม่เห็นภาพชัดๆ ทั้งนั้นควรจะแวะไปดูหนังออนไลน์ และเลือกดูหนังเรื่องนี้กัน เพราะถ้าได้ดูหนังกันแบบจริงๆ จังๆ แล้วละก็หนังมันโอเค ทั้งกราฟฟิก การเล่าเรื่อง ฉากแอคชั่น การต่อสู้และอีกมากมาย รับรองได้ว่า ดูหนังแล้วสนุกอย่างแน่นอน และหากใครเป็นแฟนคลับก็รอลุ้นกันต่อไปว่า จะมีภาค 2 จริงๆ หรือไม่ ส่วนตัวเองอยากให้มีมากๆ เพราะมันจะสานต่อเรื่องราวและอินกับตัวเกมมากขึ้นนั้นเอง

Open post

ก้าวล้ำเทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วย SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 สมาร์ทโฟนไฮเทคแห่งปี 2020

หลังจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดล้ำแบบพับหน้าจอได้ที่เหล่าสาวกตั้งตารออย่าง SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 ที่เห็นจากงาน Galaxy Unpacked 2020 ที่เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 6 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความว้าวที่ทาง SAMSUNG จัดมาให้ ด้วยสเปคแน่น ดีไซน์เรียบหรูอีกเช่นเคย อีกทั้งรุ่นนี้ยังเป็นการพัฒนาและต่อยอด โดยพัฒนากระจกหน้าจอ UTG เพื่อเสริมเรื่องความแข็งแรงมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม และที่เจ๋งกว่านั้นคือรุ่นนี้สามารถปรับมุมกางจอได้ถึง 3 ระดับ ซึ่งได้แก่มุม 75, 90,115 องศา เหมาะสำหรับการตั้งและวางกับโต๊ะอย่างมาก

ขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 159.2×128.2×6.9 มม. แม้เครื่องขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบาเพียง 279 กรัมรูปทรงบางทำให้สามารถใช้งานมือเดียวได้อย่างสะดวก หน้าจอแสดงผลจากกระจกแข็งของ Z Fold 2 เป็นแบบ Infinity-O รูแหว่งนี้ช่วยเพิ่มพื้นที่การทำงานได้สูงสุด ความกว้าง 7.6 นิ้ว แบบ Dynamic AMOLED 2X 24-bit (16ล้านสี)  อัตราการสัมผัสหน้าจออยู่ที่ 120 Hz ความละเอียด 1536×2152 พิกเซล ทำให้ได้ภาพที่คมชัด สีสันสมจริง สามารถใช้งานได้แม้อยู่กลางแจ้ง วัสดุที่ประกอบรอบตัวเครื่องให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมียมด้วย กระจกแข็ง กรอบจากอะลูมิเนียม

กล้องของ SAMSUNG Galaxy Z Fold 2 มีการปรับแต่งการจัดเรียง 3 เลนส์แนวตั้ง ดูสวยงาม ได้แก่ กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเช่นกัน ความสามารถของกล้องทั้งสามตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยถูกออกแบบเพื่อการใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS ทำให้มั่นใจในภาพที่ถ่ายได้ว่าไม่มีการสั่นอย่างแน่นอน กล้องหน้าพร้อมความละเอียด 10 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอได้ถึงระดับ 4K 30 เฟรมเรท/วินาที กล้องหน้าตัวที่สองความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพบุคคลทำได้สวยงาม สมูทมากขึ้น

ระบบการประมวลผลของขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 865+Octa Core ซึ่งส่งเสริมการทำงานที่รวดเร็วกว่าที่เคยสัมผัส กราฟฟิก Adreno 650 หน่วยความจำ RAM 12 GB ROM 256 GB UFS. 3.1 แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับชาร์จไวแบบใช้สาย 25 W แบบไร้สาย 11 W ด้วย ค่าย SAMSUNG เป็นเจ้าแห่งการใส่เซนเซอร์มาครบอยู่แล้ว ตัวนี้มีทั้งเซนเซอร์ตรวจจับรอยนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง ระบบหมุนภาพได้อัตโนมัติ ระบบตรวจจับแสงสว่างและปรับแต่งได้อัตโนมัติ ระบบเปิดและปิดอัตโนมัติขณะสนทนา เซนเซอร์วัดความกดอากาศ สำหรับสีของตัวเครื่องนอกจากสี Mystic Bronze ที่เป็นสีของธีมหลักในงาน Galaxy Unpacked แล้วยังมีสี Mystic Black ที่ดูเท่และน่าจับจองไม่แพ้กัน!

Open post

หลุดภาพเรนเดอร์ iPhone 12 พร้อมราคาเปิดตัว 23,000 บาท

ลือกันแล้วลือกันอีกสำหรับการเปิดตัวของ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2020 ที่ทุกๆ คนต่างรอคอย และรอลุ้นกันว่าจะเปิดตัวราคาเท่าไร สเปคเป็นยังไงล่า ล่าสุดก็มีข่าวหลุดออกมาเรื่อยๆ โดยมักจะไม่ผิดไปจากการเปิดตัวสักเท่าไรนัก โดยล่าสุดก็มีภาพเรนเดอร์ของ iPhone 12 ทุกโมเดลออกมาให้ได้เห็นกันแล้ว

โดย iPhone 12 นี้ คาดว่าจะมีทั้งหมด 4 โมเดลด้วยกันคือ iPhone 12 , iPhone 12 Plus , iPhone 12 Pro และ Pro Max โดยทั้งหมดนี้จะมาพร้อมกับกล้อง 2 ตัว และมีดีไซน์ไม่แตกต่างจากรุ่น iPhone 11 เลย และสำหรับรุ่น Pro และ Pro Max จะมาพร้อมกล้อง 3 ตัว และเซนเซอร์สำหรับช่วยในการถ่ายรูปภาพแบบ LiDAR ด้านสเปคของ iPhone 12 นั้น คาดว่าใช้ชิปประมวลผล Apple A14 ที่มีหน่วยความจำ 6GB รองรับการเชื่อมต่อแบบ 5G และมีแบตเตอรี่ที่จุมากกว่าเดิม เพื่อให้รองรับกับการใช้งานและประสิทธิภาพของสเปคที่แรงขึ้น โดยคาดว่า iPhone 12 นี้จะเปิดตัวเดือนตุลาคม โดยแหล่งข่าวลือระบุ $699 หรือประมาณเริ่มต้น 23,000 บาท และสำหรับรุ่นแพงสุดอยู่ที่ $1,399 หรือประมาณ 45,000 บาท โดยราคาแรงสุดของ iPhone 11 อยู่ที่ 52,900 บาท ซึ่งก็ไม่แน่ iPhone 12 อาจจะมีราคาที่แพงขึ้นมาก็ได้

 

Scroll to top